ทริคให้ทิปแบบมืออาชีพ จ่ายได้ไม่ขายหน้า

เรื่องของการให้ทิปดูเหมือนจะเป็นเรื่องจิ๊บ ๆ แต่บางสถานการณ์กลับเป็นเรื่องใหญ่ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าเราไม่รู้จักเคล็ดลับและมารยาทของการให้ทิป

การให้ทิปในหลาย ๆ ประเทศกลายเป็นธรรมเนียมที่ต้องปฏิบัติ แต่สำหรับเมืองไทย ทิปยังขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของลูกค้าที่มีต่อการบริการเป็นการแสดงออกซึ่งน้ำใจและมารยาททางสังคมอันดี แต่ก่อนจะให้ทิปยังมีสิ่งที่เราควรรู้ต่อไปนี้

ทิปกับเซอร์วิสชาร์จ ความต่างของสองคำนี้อยู่ที่ทิปคือ สินน้ำใจที่เราให้เพื่อตอบแทนการบริการที่ดี ส่วนเซอร์วิสชาร์จคือ ค่าใช้จ่ายจากการที่ทางร้านต้องตระเตรียมบริการต่าง ๆ ไว้ให้กับลูกค้า นั่นหมายถึงได้รวมการทำงานของพนักงานเสิร์ฟไว้ด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ว่าจะเป็นร้านอหาร โรงแรม ร้านตัดผม สปา ฯลฯ มักบวกค่าเซอร์วิสชาร์จไว้ในบิลกันแทบทั้งนั้น บางแห่งเขียนบอกเอาไว้ในเมนูบริการด้วยเสร็จสรรพ ดังนั้นการจะให้ทิปหรือสินน้ำใจเพิ่มหรือไม่นั้น ระลึกไว้เลยว่าอำนาจตัดสินใจยังอยู่ในมือเรา

ทิปรวมกับทิปแยก โดยทั่วไปเงินเดือนของพนักงานบริการไม่ได้สูงมากนัก บางคนอยู่รอดได้ เพราะค่าทิปด้วยซ้ำ ในขณะที่ยังมีตำแหน่งอื่น ๆ ที่นอกเหนือจากหน้าร้าน เช่น คนล้างจาน พ่อครัว แม่ครัว เด็กเตรียมของ เด็กทำความสะอาดในร้านทำผมหรือสปา คนหลังร้านพวกนี้ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับทิปเหมือนกัน เหตุนี้ร้านหลายแห่งจึงใช้ระบบทิปรวม เพื่อตอบแทนพนักงานตำแหน่งอื่น ๆ ซึ่งทำงานดีพอกัน แต่ถ้าเราชื่นชมพนักงานที่คอยดูแลเราเป็นพิเศษ ควร “เพิ่ม” ทิปแยกต่างหากแล้วแอบให้เนียน ๆ ก็ไม่ว่ากัน

ราคามาตรฐานของทิป สำหรับทิปรวมโดยทั่วไปคือ 20% สำหรับค่าบริการที่ยอดเยี่ยม 15% สำหรับการบริการที่ดี และ 10% สำหรับการบริการทั่วไปที่ไม่ถึงขั้นเลวร้าย แล้วอาจเพิ่มทิปแยกอีก 5-10% ให้พนักงานที่คอยดูแลเราเป็นพิเศษก็ได้

Self-Service เดี๋ยวนี้มีร้านอาหารบางแห่งที่เขียนป้ายไว้ว่า “Self-Service” หมายถึงเราต้องบริการตัวเอง เริ่มตั้งแต่เขียนบิลสั่งอาหาร รอรับอาหาร หาเครื่องดื่มเอง หรือบางแห่งเราต้องเก็บจานชามที่กินเสร็จแล้วด้วยตัวเอง ฉะนั้นเราจึงไม่จำเป็นที่จะต้องให้ทิปอีก

เทคนิคการให้ทิป

ประเมินการบริการ ก่อนอื่นต้องแยกระหว่างการบริการกับองค์ประกอบอื่น เช่น ในร้านอาหารต้องแยกระหว่างรสชาติ ราคา และบรรยากาศ หากไม่แฮปปี้กับสามสิ่งนี้ ซึ่งเป็นปัญหาของร้าน ควรแจ้งให้ผู้จัดการร้านทราบ หรือคราวหลังไม่ต้องไปอุดหนุนร้านนั้น ๆ อีก ในร้านทำผมหรือสปาก็เช่นกัน

ส่วนการบริการต้องพิจารณาจาก…

 พนักงานบริการมีความสุภาพ ยิ้มแย้มแจ่มใส

 รู้จักเอาใจใส่ต่อความต้องการของเรา เช่น ขยันเติมน้ำให้ หรือคอยสอบถามถึงความต้องการในระหว่างที่เราทำสปาหรือต้องนั่งรอทำผมนาน ๆ

 สั่งปุ๊บได้ปั๊บ สั่งอะไรได้อย่างนั้น เช่น สั่งเช็กบิลไวทันใจ อาหารที่เสิร์ฟตรงกับออเดอร์ไหม อาหารยังร้อน ๆ มาจากครัวหรือเปล่า ถ้าไม่ก็ต้องดูว่าเป็นเพราะความล่าช้าของบริกรหรือคนทำครัว

 เป็นบริกรมือใหม่หรือมืออาชีพ เพราะงานบริการต้องใช้ทักษะและการฝึกฝน บางทีเราต้องให้โอกาสบริกรมือใหม่บ้าง

จ่ายด้วยเงินสดถ้าทำได้ หากเราชำระเงินด้วยบัตรเครดิต นอกจากคิดค่าเซอร์วิสชาร์จแล้ว บางแห่งยังมีช่องให้เราเขียนค่าทิปเพิ่ม การให้ทิปผ่านบัตรเครดิต พนักงานอาจต้องรอนานกว่าเงินจะเข้ากระเป๋า ดังนั้นถ้าตั้งใจจะตอบแทนการบริการที่ดีเยี่ยมจริง ๆ จ่ายทุกอย่างเป็นเงินสดรวมทั้งค่าทิปด้วย จะช่วยให้เขากลับบ้านพร้อมเงินทิปที่ได้เร็วขึ้น หรือจะจ่ายทุกอย่างผ่านบัตรเครดิตยกเว้นค่าทิป แต่ต้องเช็กในเสร็จให้ดี ๆ ว่าทางร้านมีการคีย์ค่าทิปเพิ่มโดยพลการรึเปล่า

 Take Home ถึงจะเป็นร้านอาหารประเภทซื้อกลับบ้านได้ แต่เชื่อเถอะว่าพนักงานยังคงคาดหวังทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ จากเรา อย่างน้อย ๆ 10% ถ้าเค้ากระตือรือร้นให้บริการ ดูแลอาหารที่เราสั่งให้ช้อนส้อมและกระดาษทิชชูมาครบ จัดใส่ถุงให้อย่างเนี้ยบ แล้วยังรู้จักถามไถ่ว่าจะรับอะไรเพิ่มมั้ย กินให้อร่อยนะคะ/ครับ แถมส่งท้ายด้วยรอยยิ้มอีกต่างหาก แบบนี้ก็สมควรที่จะให้ทิปแล้วล่ะ

 Taxi Tip คนส่วนใหญ่มักจะให้ทิปแท็กซี่ด้วยการยกเงินทอนให้ อย่างน้อย 10-20 บาท สำหรับแท็กซี่ที่พูดจาสุภาพ ให้คำแนะนำในการเดินทางที่ดีแก่ลูกค้า และส่งเราถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย ถ้าเงินจำนวนนี้ไม่เกินกำลังของเราก็ให้ไปเถอะค่ะจะได้เป็นกำลังใจให้แก่คนขับแท็กซี่ดี ๆ แต่กรณีถ้าเจอแท็กซี่แย่ ๆ แบบนี้ก็ไม่สมควรให้ทิปแม้แต่บาทเดียว

 

ที่มาข่าว kapook.com

Posted in ข่าวไลฟ์สไตล์ | Tagged as: , ,

ไฟไหม้คฤหาสน์นครปฐม เจ้าของโดดหนีตาย บาดเจ็บ

ไฟไหม้คฤหาสน์หลังใหญ่ กลางเมืองนครปฐม กลางดึก เจ้าของต้องหนีตายปีนออกทางหน้าต่าง ก่อนตกลงมาด้านล่างได้รับบาดเจ็บ

วันที่ 21 กรกฎาคม 2557 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหลังใหญ่สูง 3 ชั้น มูลค่ากว่า 40 ล้านบาท กลางเมืองนครปฐม ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างของ นายดุสิต วณิชเกียรติคุณ อายุ 70 ปี และนางนันท์นภันต์ วณิชเกียรติคุณ อายุ 71 ปี นักธุรกิจรับทำเว็บไซต์ในย่านชุมชน จำนวนกว่า 20 ห้อง ต้นเพลิงเกิดจากชั้นล่างและได้ลุกลามขึ้นไปยังชั้นที่สอง ในขณะนั้นมี นายดุสิต นอนอยู่ชั้นที่สองของบ้านด้วย หลังเกิดเหตุ นายดุสิต ไม่สามารถหนีลงมาชั้นล่างได้ จึงพยายามหนีออกทางหน้าต่าง ก่อนที่จะตกลงมาข้างล่างได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม ได้รุดมาช่วยเหลือนำส่งยังโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม และยังทราบอีกว่ายังมีคนติดอยู่ภายในบ้านชั้นที่สองอีก เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือนำรถกระเช้าจากเทศบาลนครนครปฐม ช่วยนำลงมาได้อย่างปลอดภัย ขณะที่รถน้ำรถดับเพลิงจากพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 10 คัน ระดมฉีดน้ำสกัดต้นเพลิง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เพลิงจึงสงบ

จากการสอบสวนทราบว่า ต้นเพลิงเกิดจากชั้นล่าง ก่อนลุกลามขึ้นไปยังชั้นที่สอง คนงานกว่า 10 คน ได้ช่วยกันนำน้ำมาสาด แต่ไม่สามารถควบคุมไว้ได้ สำหรับสาเหตุคาดว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนมูลค่าเสียหายเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

ที่มาข่าว kapook.com

Posted in ข่าวภูมิภาค | Tagged as: , ,

แมวสีสวาด

แมวพันธุ์นี้มีชื่อเรียกหลายชื่อ คือ แมวโคราช แมวมาเลศ หรือแมวดอกเลา แมวโคราชเป็นแมวที่พบที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หรือเรารู้จักกันในนามว่าโคราช มีหลักฐานบันทึกเกี่ยวกับแมวโคราชในสมุดข่อย (Smud Khoi of Cats) ที่เขียนขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. 1350-1767 หรือประมาณ พ.ศ. 1893-2310 ในบันทึกได้กล่าวถึงแมวที่ให้โชคลาภที่ดี 17 ตัวของประเทศไทย รวมถึงแมวโคราชด้วย

ปัจจุบันสมุดข่อยนี้ถูกเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ชื่อแมวโคราช เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 5 โดยใช้แหล่งกำเนิดของแมวเป็นชื่อเรียกพันธุ์แมว มีเรื่องเล่ามากมายหรือเป็นตำนานเล่าขานเกี่ยวกับแมวโคราช รวมถึงตำนานพื้นบ้านที่กล่าวถึงการที่แมวโคราชมีหางหงิกงอ (kinks) มากเท่าไหร่จะมีโชคลาภมากเท่านั้น (แม้ว่าลักษณะหางหงิกงอไม่ใช่มาตรฐานพันธุ์ตากหลักของ CFA ก็ตาม) แต่คนไทยจะเรียกแมวโคราชอีกชื่อว่า แมวสีสวาด (Si-Sawat cat (see-sa-what)

ขณะที่คนไทยบางกลุ่มจะเรียกแมวโคราชว่า แมวสีดอกเลา เนื่องจากแมวเพศผู้มีสีเหมือนดอกเลา (Dok Lao) โดยจะต้องมีขนเรียบ ที่โคนขนจะมีสีขุ่นๆ เทา ในขณะที่ส่วนปลายมีสีเงิน เป็นประกายคล้ายหยดน้ำค้างบนใบบัว (dewdrops on the lotus leaf) หรือเหมือนคนผมหงอก

ทั้งนี้ แมวโคราชได้ถูกนำไปเลี้ยงในสหรัฐอเมริการโดย Cedar Glen Cattery ในรัฐโอเรกอน โดยได้รับมาจากพี่น้องชื่อ นารา (Nara) และ ดารา (Darra) ในวันที่ 12 มิถุนายน ปี ค.ศ. 1959 (พ.ศ.2502) ประมาณเดือนมีนาคม ปี พ.ศ.2509 นักผสมพันธุ์แมวโคราชและแมวไทย (วิเชียรมาศ) ชาวรัฐแมรีแลนด์ ได้นำแมวโคราชประกวดในงานประจำปีและ ได้รับรางวัลชนะเลิศและเป็นที่รู้จัก

ลักษณะสีขน

ขนสั้น สีสวาด (silver blue) ทั่วทั้งตัวและเป็นสีสวาดตั้งแต่เกิดจนตาย

ลักษณะของส่วนหัว

หัวเมื่อดูจากด้านหน้าจะเป็นรูปหัวใจ หน้าผากใหญ่และแบน หูตั้ง ในแมวตัวผู้หน้าผากมีรอยหยักทำให้เป็นรูปหัวใจเด่นชัดมากขึ้น หูใหญ่ตั้ง ปลายหูมน โคนหูใหญ่ ผิวหนังที่บริเวณจมูกและริมฝีปากสีเงิน หรือม่วงอ่อน

ลักษณะของนัยน์ตา

          นัยน์ตาสีเขียวสดใสเป็นประกาย หรือสีเหลืองอำพัน ขณะยังเป็นลูกแมวตาจะเป็นสีฟ้า เมื่อโตขึ้นจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองสด และเมื่อเติบโตเต็มที่ตาจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวใบไม้ หรือสีเหลืองอำพัน

ลักษณะของหาง

          หางยาว ปลายแหลมชี้ตรง โคนหางใหญ่และค่อยๆ เล็กเรียวกลมไปจนสุดปลายหาง ขายาวเรียวได้สัดส่วนกับลำตัว

ลักษณะที่เป็นข้อด้อยของพันธุ์

          ขนยาวเกินไป มีสีอืนปน นัยน์ตาสองข้างเป็นคนละสี หรือเป็นสีอื่น ตาเอียง จมูกหัก หูไม่ตั้ง หางสั้นมากเกินไป (เมื่อยืดขาหลังให้ขนานกับหาง ความยาวของหางสั้นกว่าขาเกิน 3 นิ้ว) หางขอด หางหงิกงอ หางสะดุด ปลายหางคด ดุเกินไป เลี้ยงลูกไม่ดี

 

ที่มาข่าว kapook.com

Posted in ข่าวไลฟ์สไตล์ | Tagged as: , ,

ชวน หลีกภัย ฝากเนติบัณฑิต ยึดธรรมาภิบาล 6 ข้อ

ชวน ฝากเนติบัณฑิต ยึดธรรมาภิบาล 6 ข้อ (ไอเอ็นเอ็น)
        อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน เผย ควรลดบทลงโทษฟุ่มเฟือย ฝากเนติบัณฑิต ยึดธรรมาภิบาล 6 ข้อ และไม่เกรงใจสิ่งไม่ถูกต้อง
          นาย ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวบรรยายในหัวข้อ บทบาทของนักกฎหมายในระบอบประชาธิปไตย เนื่องในการอบรมหลักสูตรการคอรัปชั่นภาคจริยธรรมเนติบัณฑิต สมัยที่ 66 ว่า ในกระบวนการตัดสินโทษ ควรลดบทลงโทษที่ฟุ่มเฟือย เพราะในกระบวนการตัดสินคดี ไม่ได้จบลงที่ศาลฎีกา หากแต่คนส่วนใหญ่มองข้ามกระบวนการสุดท้ายไป คือ กระบวนการในส่วนของกรมราชทัณฑ์ เพราะเมื่อศาลได้ตัดสินแล้ว นักโทษจะอยู่ในการดูแลของราชทัณฑ์ ซึ่งจะมีการลดโทษตามวาระโอกาสต่าง ๆ ลงมาเป็นลำดับ โดยดูจากความประพฤติของนักโทษ มีการแบ่งเกรดนักโทษ ทำให้สุดท้ายผู้คนที่กระทำความผิดไม่มีความเกรงกลัว ดังนั้น การพิจารณาความผิดต้องดูจากโทษและเหตุผลโดยละเอียด
          ทั้ง นี้ นายชวน ยังฝากหลักปฏิบัติให้แก่เนติบัณทิตที่เข้าร่วมฟังบรรยายในครั้งนี้ ว่า หลักสำคัญที่นักกฎหมายควรปฎิบัติ คือ หลักธรรมาภิบาล ทั้ง 6 ข้อ ที่ใช้ในการดำเนินการทั้งภาคเอกชนและรัฐบาล ซึ่งประกอบด้วย หลัก นิติธรรม หลักคุณธรรม ความโปร่งใส ความมีส่วนร่วม หลักความรับผิดชอบ หลักความคุ้มค่า และสุดท้ายเป็นหลักที่อยู่นอกเหนือหลักธรรมาภิบาล แต่ตนขอเพิ่มเติม เพื่อให้นักกฎหมายนำไปปฏิบัติเช่นกัน คือ ความไม่เกรงใจในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง
ที่มาข่าว kapook.com
Posted in ข่าวการเมือง | Tagged as: , ,

นุ้ยไม่ซีเรียสยังไม่ท้องปล่อยธรรมชาติเล็งฮันนีมูน

สาวนุ้ย สุจิราไม่ซีเรียสยังไม่ท้อง ปล่อยธรรมชาติ เล็งเคลียร์งานควงปอนด์ฮันนีมูน

หลายคนยังลุ้นตลอดว่าเมื่อไหร่จะมีทายาทซักที สำหรับคู่ของสาวนุ้ย สุจิรา และสามีสุดเลิฟอย่างหนุ่มปอนด์ ซึ่งงานนี้เจ้าตัวก็เปิดใจว่า ”เรื่องท้องยังไม่ท้องเลยค่ะ เวลาเห็นเสื้อผ้าเด็ก ก็รู้สึกอยากจะมีลูกมาก ๆ อยากซื้อให้เค้าใส่ เรื่องฮันนีมูนก็ยังไม่ได้ไป มัวแต่ทำงาน น่าจะไปช่วงปลาย ๆ ปีค่ะ ทั้งในประเทศและต่างประเทศค่ะ ตอนนี้ติดถ่ายรายการอยู่ค่ะ ตอนนี้ร่างกายก็แข็งแรงดีไม่ได้ซีเรียสก็สบาย ๆ มากขึ้นค่ะ จริง ๆ คุณหมอบอกว่า น่าจะตรวจวันตกไข่ที่แน่นอน แต่เราอยากจะสบาย ๆ ก่อน บำรุงไหม ก็มีทานวิตามินปอนด์เอง ปีหน้าค่อยว่ากัน ปีไหนก็ดีเหมือนกัน เรื่องทำเด็กหลอดแก้ว ถ้าในปี 2 ปีนี้ยังไม่ได้ อาจจะพึ่งคุณหมอมากกว่านี้ แต่ตอนนี้ยังใช้วิธีการธรรมชาติได้อยู่

ด้านหนุ่มปอนด์เผยว่า “จากที่เป็นข่าวคราวที่แล้ว ฉีดฮอร์โมนไปแล้วสามารถลองวิธีธรรมชาติได้ 3 เดือน ก็ไม่กดดันครับ ฮันนีมูนรอนุ้ยว่างครับ เดือนหน้าอาจจะได้ไปก็ต้องดูอีกทีครับ ก็กำลังหาวันที่ตรงกันอยู่ครับ”

แหล่งข่าว
innnews.co.th
Posted in ข่าวบันเทิง | Tagged as: , ,

ทีมกม.ปชป.ยัน‘สุรชัย’มีอำนาจทูลเกล้าฯ นายกฯคนกลาง แนะ‘ปธ.ศาลฎีกา-วุฒิฯ’ตั้งคณะหารือ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 พ.ค. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผู้มีอำนาจในการทูลเกล้าตำแหน่งประธานวุฒิสภา และนายกรัฐมนตรีคนกลางว่า ทีมกฎหมายของพรรคเห็นว่าผู้ที่มีอำนาจในการทูลเกล้าฯชื่อนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นประธานวุฒิสภา คือ เลขาวุฒิสภา ที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้บริหารสูงสุดฝ่ายนิติบัญญัติอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญมาตรา 171 บัญญัติไว้ชัดว่า พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี 1 คน และรัฐมนตรีอีกไม่เกิน 35 คน ขึ้นเป็นคณะรัฐมนตรี(ครม.) ดังนั้นเมื่อขาดนายกรัฐมนตรี เท่ากับว่า ไม่สามารถเป็น ครม.ได้ คือไม่มีอำนาจกราบบังคมทูล นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล จึงเป็นเพียงผู้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี ไม่ใช่รักษาการหรือปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ เพราะวันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หมดไป ความเป็นครม.ก็ต้องหมดไปตั้งแต่นาทีนั้น นายนิวัฒน์ธำรงมีหน้าที่แค่ทำงานประจำเท่านั้น

นายวิรัตน์ กล่าวอีกว่า ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า หน้าที่กราบบังคมทูลเป็นไปตามอำนาจ 3 อย่าง คือ ฝ่ายบริหาร ตุลาการ และนิติบัญญัติ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายบริหารไม่มีอำนาจแล้ว จึงเหลือเพียง 2 อำนาจ แต่ถ้าจะให้ฝ่ายนิติบัญญัติ คือนายสุรชัย ที่ขณะนี้เป็นรองประธานวุฒิสภา นำชื่อตัวเองขึ้นกราบบังคมทูลเป็นประธานวุฒิสภา คงจะไม่บังควร จึงถือเป็นอำนาจของเลขาธิการวุฒิสภา ผู้ที่ทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ ที่จะนำความขึ้นกราบบังคมทูล ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 7 ส่วนผู้ที่มีอำนาจในการเสนอชื่อนายกฯคนกลาง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เห็นว่าเมื่อครม.ไม่มีอำนาจตามมาตรา 171 แล้ว จะเหลือ 2 องค์กร คือ ฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ

จึงสมควรที่ประธานศาลฎีกาและประธาน วุฒิสภา คือ นายสุรชัย จะร่วมหารือกัน หากประธานศาลฎีกาเห็นว่าเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง นายสุรชัยก็ควรเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการ ประกอบด้วย ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประธานศาลปกครองสูงสุด ร่วมกันหารือเพื่อเสนอชื่อนายกฯคนกลาง เมื่อได้ชื่อนายกฯแล้วผู้ที่จะมีอำนาจทูลเกล้าฯคือ นายสุรชัย ในฐานะประธานวุฒิสภา เพื่อให้นายกฯคนกลางเดินหน้าปฏิรูปประเทศ แม้ว่าคนเสื้อแดงจะข่มขู่ว่าจะคัดค้านการดำเนินการตามมาตรา 7 แต่ดูจากกำลังของคนเสื้อแดงแล้ว เชื่อว่าไม่มีกำลังมาทำลายการขับเคลื่อนของมวลมหาประชาชนได้

ที่มา http://www.khaosod.co.th

Posted in ข่าวการเมือง | Tagged as: ,

ป่วนใต้!เผาห้างเซ็นเตอร์สุไหงโกลก-บึ้มหลายจุดดับ1เจ็บอื้อ

เกิดเหตุไฟไหม้ร้านขายของชำ เซ็นเตอร์ซูเปอร์มาร์เก็ต ไกล้กับร้านจำหน่ายอาหารเสริมรกแกะเม็ด ใน อ.สุไหงโกลก เจ้าหน้าที่ระดมดับเพลิงกว่า 10 คัน เข้าระงับเหตุ เสียหายทั้งหลัง ขณะยอดบึ้มนราฯ-ยะลา หลายจุด ดับ 1 เจ็บเพียบ

เกิดเหตุเพลิงไหม้ร้านขาย ของชำ ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว ชื่อร้านเซ็นเตอร์ซูเปอร์มาร์เก็ต อยู่บริเวณ ถ.ลูกเสืออนุสรณ์ อ.สุไหงโก-ลก เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงเข้าระงับเหตุระดมใช้น้ำแล้วกว่า 10 คัน ซึ่งยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้

ส่วนความเสียหายนั้นยังไม่สามารถ ประเมินค่าได้ โดยจะต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการตรวจสอบอีกครั้ง ขณะเหตุดังกล่าวไม่ได้รับรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม คาดว่า อีกไม่นานจะสามารถควบคุมเพลิงได้

ความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้  ห้างเซ็นเตอร์ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่ตั้งอยู่บริเวณ ถ.ลูกเสืออนุสรณ์ อ.สุไหงโก-ลก ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงได้แล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ด้านสภาพความเสียหายนั้น เนื่องจากภายในมีเชื้อเพลิงชั้นดีทำให้เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็วเสียหายทั้ง หลัง และยังไม่สามารถประเมินค่าความเสียหายโดยรวมได้

ด้าน นายปรีชา วุฒิเดช เจ้าของร้าน คาดว่า เหตุดังกล่าวเป็นการลอบวางระเบิด เนื่องจากมีเสียงระเบิดดังขึ้นประมาณ 7-8 ครั้ง ก่อนมีแสงเพลิงเกิดขึ้น และในช่วงเช้า ทางเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จะได้ทำการพิสูจน์ทราบในสาเหตุอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม เหตุดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ได้ทำการกั้นจุดเกิดเหตุให้เป็นพื้นที่อันตราย เนื่องจากมีวัตถุบางชนิดที่เป็นอันตรายอยู่ภายในอีกจำนวนหนึ่ง

 

ป่วนรายวันพื้นที่ 2 จ.ภาคใต้หลายจุด เจ็บตายอื้อ

เมื่อเวลา 19.30 น. เกิดเหตุระเบิดในหลายจุดในภาคใต้ พื้นที่ จ.นราธิวาสและยะลา ดังนี้

1) อ.บาเจาะ  จำนวน 1 เหตุ เมื่อ 11 พ.ค.2557 เวลาประมาณ 18.20 น.ยิงนายมะยูโซะ สนิ อายุ 50 ปี ผช.ผญบ.กูแบบาเดาะ ม.4 ต.ลูโบะบายะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส เหตุเกิดบริเวณสนามฟุตบอล บ.ยามูแรแน ม.4 ต.กาเยาะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส

2) อ.สุไหงโก-ลก ระเบิด จำนวน 4 จุด วัตถุต้องสงสัย จำนวน 1 จุด  -  บริเวณแยกพิธาน 1 (หน้าร้านทองตันหลี  -  บริเวณกลางซอย โรงแรมจันตุหลี (จยย.บอม) -  บริเวณบริษัท พิธาน 2 ถนนเจริญเขต (มีผู้เสียชีวิต (หญิง) จำนวน 1 ราย) -  เสาไฟฟ้าข้าง รพ.สุไหงโก-ลก (ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 1 ราย) – วัตถุต้องสงสัย หน้าบริษัทมิตชูบิชิ

รวมชื่อผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต อ.สุไหงโกลก
1. น.ส.ซูไฮดา  บินตาเละ
2. นายไกรสร  แสงจันทร์
3. นายซุลกิฟลี  แวมะมิง
4. ด.ช.อาดัม
5.นายพงศ์ศักดิ์  แก้วกาญจนา
6. น.ส.นูรซาดา สามะแอ
7. น.ส.อัมพร  แซ่เลง
8. นางลีเมาะ มามะนอ (สาหัส)
9. นายรอซาลี  สาและ

ผู้เสียชีวิต
1. นางสาริกา  มามะ

3) อ.สุไหงปาดี  โจมตีฐาน นปพ.จำนวน 1 จุด / เพลิงลุกไหม้ จำนวน 4 จุด- โจมตีฐาน นปพ.ตลาดล่าง ต.ปะลุรู (บาดเจ็บ จำนวน 2 นาย  – บริเวณตลาดล่าง เขตเทศบาลตำบลปะลุรู – ร.ร.บ้านโคกตา ม.1 ต.ปะลุรู อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส  – ร.ร.อิสลามบำรุง เขตเทศบาล ต.ปะลุรู- ร้านปะยางรถยนต์ เขตเทศบาล ต.ปะลุรู – ร้านขายข้าวไทยพุทธ เขตเทศบาล ต.ปะลุรู ตำรวจบาดเจ็บ 1 ราย ชื่อ ส.ต.ต.วัชรินทร์ ขันติพันธ์ รักษาตัวที่ รพ.สุไหงปาดี

4) อ.ตากใบ  ระเบิด จำนวน 1 จุด (จำนวน 2 ลูก)   – บริเวณด่านศุลกากร  ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส (เป็นระเบิดแบบขว้าง/มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 5 คน กลับบ้านได้แล้ว) พบในถังขยะ บริเวณด่านศุลกากร  บ.ตาบา ม.1 ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ (ไม่ระเบิด)

2. จ.ยะลา  – อ.ยะหา จ.ยะลา เหตุระเบิดเสาไฟฟ้า จำนวน 3 จุด อ.บันนังสตา เหตุยิงก่อกวน จำนวน  2 จุด  อ.ธารโต จ.ยะลา เหตุระเบิดเสาไฟฟ้า จำนวน 2 จุด

 

‘บรรพต’จี้โจรใต้แสดงความรับผิดชอบ

พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ในพื้นที่ 2 จังหวัดได้แล้ว ทุกจุดคลี่คลายเป็นไปตามลำดับ ทางแม่ทัพภาคที่ 4 สามารถบริหารจัดการได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้ง 2 จังหวัด มีเหตุการณ์เกิดขึ้นทั้งหมด 12 เหตุการณ์ 31 จุด ทั้งหมดเป็นการก่อกวนหลายรูปแบบ ทั้งเหตุลอบวางระเบิด และลอบเผาเสาไฟ

นอก จากนี้ พ.อ.บรรพต ได้เรียกร้องให้กลุ่มก่อเหตุ ออกมาแสดงความรับผิดชอบ เพราะสิ่งที่กระทำมีผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์ รวมถึง กระทบระบบเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตาม โฆษก กอ.รมน. กล่าวถึงการพูดคุยสันติภาพว่า ยังต้องรอความพร้อมของส่วนต่างๆ แต่แนวทางและเจตนารมณ์ยังยึดแบบเดิม

 

ชุดEODตรวจสอบเหตุป่วนทั้ง3อำเภอ

ช่วง เช้าที่ผ่านมา ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ. จ.นราธิวาส ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ฉก.อโนทัย และชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด ตชด.447 อ.สุไหงปาดี รวมทั้งกองวิทยาการภูธรจังหวัดนราธิวาส สนธิกำลังเข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายก่อเหตุป่วน 3 อำเภอของ จ.นราธิวาส ตั้งแต่ช่วงคือที่ผ่านมา ต่อเนื่องถึงเช้ามืดของวันนี้

โดยที่ อ.สุไหงโกลก หลังเกิดเหตุระเบิดจำนวน 5 จุด 6 ลูก ในเขตเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 9 ราย และช่วงประมาณ 03.00 น. ได้เกิดเหตุระเบิดภายในห้างซูเปอร์เซ็นเตอร์ โดยเป็นระเบิดเพลิงลุกไหม้ เสียหายประมาณ 80% มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท รวมทั้งที่ห้างซูเปอร์ซีดี ข้างโรงแรมแกรนด์การ์เด้น ความเสียหายเล็กน้อย

ล่า สุด เจ้าหน้าที่กระจายกำลังเก็บกู้วัตถุต้องสงสัยอีกหลายจุด ในขตเทศบาลตำบลสุไหงโก-ลก รวมทั้งเข้าตรวจสอบที่ อ.ตากใบ ซึ่งเกิดเหตุระเบิด 1 จุด 2 ลูก บริเวณด่านศุลกากรตากใบ ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 7 ราย ขณะที่ อ.สุไหงปาดี สั่งการของ ส.ต.ต.วัชรินทร์ ขันติพันธ์ ตำรวจ นปพ. ที่ถูกคนร้ายซุ่มโจมตีฐาน ขณะนี้ปลอดภัยแล้ว

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้อีก 4 จุด ในเขตเทศบาลตำบลปะลุรู เพื่อหาหลักฐานว่า ทั้ง 3 อำเภอ เป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบกลุ่มใด

ที่มา http://www.innnews.co.th/

Posted in ข่าวไลฟ์สไตล์ | Tagged as: , ,

เจษรับดูใจยิปซีกั๊กเรียกแฟนชมฝ่ายญ.น่ารัก

หนุ่ม”เจษ เจษฎ์พิพัฒ” รับดูใจ สาว “ยิปซี คีรติ” กั๊กเรียกแฟน ชมฝ่ายหญิงน่ารัก ลั่นไม่กลัวเกาเหลา หยวน ปลื้มวันเกิดฝ่ายหญิงให้ของขวัญ

มี ลุ้นสำหรับคู่ของหนุ่ม “เจษ เจษฎ์พิพัฒ” กับ สาว “ยิปซี คีรติ” ล่าสุดออกมายอมรับว่า ศึกษาดูใจกันอยู่ ซึ่งในงานเลี้ยงพระทีวีดิจิตอล แกรมมี่ หนุ่มเจษ ได้ออกมาอัพเดทถึงความสัมพันธ์ให้ฟังว่า

“ก็ยังไม่ ใช่แฟน แต่ยอมรับว่าสนิท วันเกิดที่ผ่านมาให้เค้กครับ และมีน้ำหอมให้ด้วย เค้าให้อะไรผมก็ดีใจหมด ส่วนพี่หยวนเอง คงไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ เคยเจอที่กอง พี่เป็นผู้ใหญ่มีเหตุผลมาก ไม่กลัวเขม่นเลยครับ สถานะเรียกว่า กำลังศึกษากันอยู่ครับ คุยเรื่อยๆ อนาคตยังบอกไม่ได้จริงๆ ครับ คงต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ถามว่ากับ ยิปซี คนเดียวมั้ย ก็คุยคนเดียวครับ กลัวคนมองปากแข็งมั้ยไม่กลัวเลย เพราะผมกับเค้าก็ตอบตรงกันตลอด ส่วนถูกใจตรงไหน เค้าเองก็น่ารักครับ คุยกันรู้เรื่อง มีหลายๆ อย่างที่คล้ายกัน เค้าเป็นคนมีเหตุผล ผมกับเค้ารู้จักกัน เพราะละครครับ คุยกันมาสักพักครับ”

ที่มา http://www.innnews.co.th

Posted in ข่าวบันเทิง | Tagged as: ,

ผ่าเบื้องหลังคดีฆ่าญาติ ‘ป๋าเหนาะ’ ปมหักนายหน้าค้าที่ดินพันล้าน

“ผมฆ่ามันกับมือผมเอง ทำเพราะแค้นใจที่โดนฮุบเงินส่วนแบ่งขายที่ดินย่านสุขุมวิท ตอนแรกตกลงกัน ว่า ถ้าขายได้จะแบ่งเงินค่านายหน้า 30 ล้าน คนละครึ่ง แต่พอมาคุยกันจริงๆ นายบุรินทร์ กลับยึกยัก บอกจะให้แค่ 8 ล้าน ผมเลยโมโห คว้าค้อนตีหัวไปหลายครั้ง ก่อนใช้สายไฟรัดคอซ้ำ จนสิ้นใจตายคามือ จากนั้นก็เอาศพยัดใส่ถุงดำ ฝากให้คนขับรถสองแถวที่รู้จักกัน เอาไปทิ้งกองขยะ จนกระทั่งมีคนไปพบ เรื่องจึงแดงออกมา”

คือ คำสารภาพของ นายยอดชายชิงชัย ทวันเวท หรือ “ไอ้ชาย” วัย 39 คนร้ายที่ลงมือสังหารโหด นายบุรินทร์ เทียนทอง อาชีพนายหน้าซื้อขายที่ดิน อายุ 67 ปี ญาติห่างๆ ของ นายเสนาะ เทียนทอง นักการเมืองชื่อดัง สิ้นใจตายอย่างสยดสยอง

ปูม หลังของเหตุสังหารครั้งนี้ มาจากการที่ทั้งคู่ร่วมกันเป็นนายหน้าขายที่ดินด้วยกัน บอกขายที่ดินย่านสุขุมวิท 39 มูลค่านับพันล้าน เบื้องแรกตกลงกันว่าหากขายได้ จะแบ่งเงินกันในสัดส่วนที่เหมาะสม แต่พอเอาเข้าจริงๆ “ไอ้ชาย” อ้างว่า ผู้ตายจะฮุบเงินก้อนใหญ่ไป จะแบ่งเงินให้ตนเองเพียงแค่ 8 ล้าน จึงรับไม่ได้ โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ถึงขั้นฟิวส์ขาดลงมือฆ่าเพื่อนต่างวัย

เรื่องเงินๆ ทองๆไม่เข้าใครออกใคร!?!

ย้อน ไปดูปฐมบทของเหตุร้าย เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 7 พ.ย. วันนั้นญาติและเพื่อนๆ ของ นายบุรินทร์ ต่างพากันสงสัยว่า ตลอดทั้งวัน “บุรินทร์” หายหน้าหายตาไปไหน ทั้งที่บ้านและที่ที่เคยไป ก็ไม่มีใครพบ กระทั่งตอนบ่ายวันรุ่งขึ้น มีชาวบ้านที่ไปคุ้ยขยะที่บ่อขยะใน ต.แพรกษาใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ วิ่งหน้าตาตื่นเข้าแจ้งความตำรวจโรงพักบางปู ละล่ำละลักเล่าว่า ไปพบศพชายถูกฆาตกรรมทิ้งไว้ที่นั่น พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางปู พ.ต.ท.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ รอง ผกก.สส. และ พ.ต.ท.จรูญโรจน์ วิทิตโชติปรีดา สว.สส. จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบเดี๋ยวนั้น

พบ ศพชายนิรนามสูงอายุ ถูกฆ่ายัดใส่ถุงขยะสีดำ ถูกตีด้วยของแข็งที่ศีรษะ ลำคอ แขนและขาถูกมัดด้วยสายคอมพิวเตอร์ เสียชีวิตอย่างน่าเวทนา เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งผ่าพิสูจน์ตรวจหาที่มา ซึ่งหลังจากผ่าศพไม่นาน ตำรวจนำผลลายนิ้วมือไปเปรียบเทียบทะเบียนประวัติ และตรวจสอบการแจ้งความคนหาย ตามโรงพักต่างๆ กระทั่งพบว่าเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ที่ผ่านมา มี น.ส.ขนิษฐา เทียนทอง อายุ 35 ปี ลูกสาว นายบุรินทร์ ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สน.พระโขนง รองฯ พิสุทธิ์ จึงประสานขอข้อมูล และพา น.ส.ขนิษฐา มาดูศพผู้ตายที่เมืองปากน้ำ ซึ่งทันทีที่เห็นศพ ลูกสาวก็ถึงกับร่ำไห้โฮ ยืนยันว่าผู้ตายคือพ่อของตนเองจริงๆ

ตำรวจจึงเชิญตัวมาสอบปากคำ

“ขนิษฐา” ให้การว่า พ่อหายไปจากบ้านนานแล้ว โดยครอบครัวตนเอง เป็นญาติกับ นายเสนาะ เทียนทอง อดีตนักการเมืองชื่อดัง แต่ไม่ได้สนิทกัน ก่อนเกิดเหตุพ่อบอกจะออกไปหาเพื่อน ที่เป็นนายหน้าค้าที่ดินอยู่ด้วยกัน จะไปคุย เพื่อตกลงแบ่งเงินค่านายหน้าหลายล้านบาท โดยพ่อคบหาอยู่กับเพื่อนๆ กลุ่มนายหน้าค้าที่ดิน ประมาณ 6-7 คนด้วยกัน รวมทั้ง นายยอดชายชิงชัย ด้วย

เมื่อได้ข้อมูลดังนั้น รองฯ พิสุทธิ์ จึงติดตามทุกคนมาสอบปากคำ ซึ่งทุกรายให้การไร้พิรุธ ยกเว้น ไอ้ชาย ที่ให้การวกไปวนมา เจ้าหน้าที่จึงบี้สอบ และใช้เทคนิคพิเศษในการหาหลักฐานมายืนยัน ว่าเป็นคนติดต่อกับผู้ตายก่อนเป็นศพไม่นาน ในที่สุดไอ้ชายก็โดนซักจนมุมต่อหลักฐาน

“ยอดชายชิงชัย” ยอมเปิดปากสารภาพว่า เป็นมือฆาตกรรม

หมอ นี่ให้การว่า ฆ่าผู้ตายกับมือ วันเกิดเหตุนัดผู้ตายมาพบที่ห้องเช่า เพื่อตกลงส่วนแบ่งค่านายหน้าถมดินและซื้อขายที่ดินพันล้าน แต่ยังไม่ได้ซื้อขายจริง อยู่ในขั้นตอนเจรจาระหว่างนายทุนกับเจ้าของที่ดิน ซึ่งหากขายได้ จะได้เปอร์เซ็นต์ค่านายหน้าถึง 30 ล้าน โดยตนขอส่วนแบ่งคนละครึ่ง แต่ผู้ตายจะแบ่งให้เพียง 8 ล้านบาท จึงไม่พอใจเพราะเห็นว่าน้อยเกินไป จนกระทั่งมีปากเสียงกัน

“ตอนนั้นผมโกรธมากเลยคว้าค้อนทุบ หัวไป 2 ครั้ง และใช้สายคอมพิวเตอร์รัดคอซ้ำ จากนั้นยัดศพใส่ถุงดำ แล้วว่าจ้างคนขับรถสองแถวที่รู้จักกันให้นำศพไปทิ้ง หลอกคนขับรถว่าเป็นขยะอันตรายห้ามเปิด และให้ไปโยนทิ้งน้ำในคลองพระโขนง จนกระทั่งศพลอยไปโผล่ฟ้องในกองขยะที่สมุทรปราการ” นายยอดชายชิงชัย กล่าวเสียงสั่น

หลัง คนร้ายยอมเปิดปากสารภาพ พ.ต.ท.พิสุทธิ์ นำตัวไปตรวจค้นห้องพัก และทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ยึดค้อนมรณะ และเศษสายไฟคอมพิวเตอร์ ที่คนร้ายซุกซ่อนไว้ในห้อง เก็บไว้เป็นของกลาง แจ้งข้อหา ไอ้ชาย ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ ลากคอเข้าคุกรับกรรม

ที่มา http://www.thairath.co.th

Posted in ข่าวไลฟ์สไตล์ | Tagged as: , ,

หนี้ท่วมหัวสูงสุดในรอบ6ปี-กู้นอกระบบพุ่ง แรงงานกระอักชักหน้าไม่ถึงหลัง

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาระหนี้สินของครัวเรือนแรงงานไทยในปี 2557 เฉลี่ยที่ 106,216.67 บาท/ครัวเรือน เพิ่มจากปีก่อน 7.9% เป็นหนี้ในระบบ 43.9% และนอกระบบ 56.1% ส่วนใหญ่เป็นหนี้ในการใช้จ่ายทั่วไปมากที่สุดในสัดส่วน 46.6% รองลงมาเป็นหนี้ในการซื้อบ้าน ซื้อทรัพย์ (รถยนต์) การลงทุน ค่ารักษาพยาบาล และอื่นๆ เนื่องจากประสบปัญหาค่าครองชีพที่สูง จนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย

ทั้งนี้ ยังพบว่าสถานการณ์ความสามารถในการชำระหนี้ในปี 2557 พบว่าแรงงานที่เป็นหนี้ 80.1% ประสบปัญหาในการจ่ายหนี้ เนื่องจากไม่สามารถหาเงินมาหมุนได้ทันเวลา ส่งผลให้หลายๆ รายใช้วิธีชำระหนี้แบบเดือนเว้นเดือน หรือการกู้หนี้นอกระบบมาโปะหนี้เก่า เพื่อไม่ให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ส่วนกรณีที่หนี้นอกระบบมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น มาจากลูกหนี้รายเดิมที่มีบัตรเครดิตแล้ววงเงินการกู้เต็มวงเงินแล้วจึงไม่ สามารถกู้เพิ่มได้

“เป็นการสำรวจผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาท/เดือน/ครัวเรือน ซึ่งหนี้ 106,216.67 บาทนั้นเป็นจำนวนที่สูงสุดตั้งแต่มีการทำผลสำรวจเรื่องนี้ในปี 2552 หรือสูงสุดในรอบ 6 ปี ส่วนการชำระหนี้จะเป็นแบ่งการผ่อนเงินกู้ในระบบเฉลี่ยรายละ 5,456.9 บาท/เดือน และเงินกู้นอกระบบจะผ่อน 7,412.7 บาท/เดือน เนื่องจากเงินกู้นอกระบบมีดอกเบี้ยที่แพงกว่าในระบบ และที่สำคัญแรงงานจะเลือกจ่ายหนี้นอกระบบก่อน เพราะจะมีเรื่องของอิทธิพลการข่มขู่มาเกี่ยวข้องด้วย” นายวชิรกล่าว

สำหรับ ผลการสำรวจหนี้ครัวเรือนของแรงงาน 6 ปีย้อนหลัง หรือตั้งแต่สำรวจมา พบว่าในปี 2552 อยู่ที่ 87,399.02 บาท/ครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ 51.49% และนอกระบบ 48.51%, ปี 2553 อยู่ที่ 91,063.08 บาท/ครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ 51.88% และนอกระบบ 48.12%, ปี 2554 อยู่ที่ 87,641.08 บาท/ครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ 53.3% และนอกระบบ 46.7%, ปี 2555 อยู่ที่ 91,710.08 บาท/ครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ 52.3% และนอกระบบ 47.7%, ปี 2556 อยู่ที่ 98,428.6 บาท/ครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ 48.1% และนอกระบบ 51.9%

นอก จากนี้ แรงงานมองว่าความเหมาะสมของค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบันควรอยู่ในระดับ 388.25 บาท/วันภายในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน ส่วนในอีก 3 ปีข้างหน้าค่าจ้างขั้นต่ำควรอยู่ที่ 498.06 บาท/วัน และในอีก 5 ปีข้างหน้าค่าจ้างขั้นต่ำควรอยู่ที่ 579.74 บาท/วัน

นายวชิรกล่าวว่า ส่วนการสำรวจการใช้จ่ายของแรงงานในวันที่ 1 พ.ค.2557 ซึ่งเป็นวันแรงงาน ประเมินว่าแรงงานจะมีค่าใช้จ่ายรวมถึง 1,965.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.3% แต่เป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำในรอบ 4 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว โดยสิ่งที่แรงงานต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือมากที่สุดคือ การดูแลค่าครองชีพและค่าแรงให้เหมาะสม

ที่มา http://www.khaosod.co.th

Posted in ข่าวเศรษฐกิจ | Tagged as: ,